สื่อเพลงทำให้ ค่านิยมแฟชั่นการแต่งกายของวัยรุ่นเปลี่ยนไป

เนื่องจากปัจจุบันของสังคมไทยนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงด้านสังคมและความคิดและวิถีชีวิตและการเข้าถึงเทคโนโลยีที่ง่าย จากผลชองสภาพแวดล้อมและเทคโนโลยีที่พัฒนาขยายอย่างรวดเร็วด้วยการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นก้าวเข้าสู่ความทันสมัย การเมืองที่เปลี่ยนไปแล้วก็คือเรื่องคานิยมที่ผสมผสานและได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมตะวันตกและเอเชียบางเชื้อชาติเข้ามาในรูปแบบสิ่งบันเทิง เช่น เพลง หนัง ซีรีย์ ละคร ทำให้คนในสังคมแบบสมัยใหม่มีความฟุ้มเฟ้อในเรื่องของวัตถุ อันเกิดจากค่านิยมเสรี ส่งผลให้สภาพสังคมไทยเปลี่ยนไปจากเดิม ทำให้เทคโนโลยีคือกระตุ้นพฤติกรรมกาแต่งกายของวัยรุ่น สมัยใหม่โดยเฉพาะวัยรุ่นหญิงช่วงอายุ 13-25 ปี ลักษณะสังคมและครอบครัวที่เปลี่ยนแปลงไปจากอดีต ที่ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมของคนยุคใหม่หรือวัยรุ่น ทำให้การแสงออกต่างๆไม่ได้เป็นไปตามแนวทางของคุณค่าและจริยธรรมที่สังคมเดิมของตนกำหนดไว้ ซึ่งเปลี่ยนไปตามกระแสนิยมของการการบริโภคนิยม และสังคมยุคสมัยโลกาวิวัฒน์

ค่านิยมส่วนใหญ่นั้นมีพัฒนาการที่ก้าวไกลทางด้านรูปแบบ คนในสังคมโดยเฉพาะสาวๆหรือในหมู่วัยรุ่นนั้นจะทำให้เราสามารถมองเห็นค่านิยมเหล่านี้ได้อย่างชัดเจนว่า ค่านิยมของทางด้านตะวันตกได้เข้ามามีอิทธิพล แต่ในปัจจุบันค่านิยมของเกาหลีกลับแซงหน้าค่านิยมตะวันตกขึ้นมาอย่างเรียกได้ว่าฉุดไม่อยู่จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพลง อาหารการกิน และที่ไม่แพ้กันเลยคือเรื่องสไตล์เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย จะเห็นว่าสาวๆในปัจจุบันนิยมแต่งตัวเสื้อผ้าสไตล์เกาหลีมา โดยเน้นเสื้อที่ค่อนข้างตัวใหญ่ หรือบางทีก็ใส่กางเกงที่มันเป็นขาสั้นพวกยีนส์จะเป็นที่นิยมมาก และที่เด่นชัดเลยคือนิยมใส่ผ้าพันคอกับเข็มขัด ซึ่งถ้ามองย้อนกลับ

มาแล้วมันก็เป็นสไตล์การแต่งตัวของแต่ละความชอบของบุคคลซึ่งเราไม่สามารถจะห้ามใครได้ว่าอย่าแต่งตัวแบบนั้นแบบนี้ แต่มันอยู่ที่จิตสำนึกของแต่ละคนว่าจะคำนึงถึงความเหมาะสมในการแต่งตัวได้อย่างไร เพราะว่าเราเป็นสังคมไทย แต่ไม่ว่าจะแต่งตัวแบบไหนก็อย่าลืมที่จะทำให้ถูกกาลเทศะ

สื่อและเทคโนโลยีต่างๆ ถือว่าเป็นตัวนำหลักของการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านการแต่งกายที่ชัดเจนมากที่สุด เพราะไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ วิทยุ อินเทอร์เน็ต ต่างก็พยายามหาข้อมูลที่ผู้คนให้ความสนใจมาเผยแพร่ ยกตัวอย่างเช่น วัฒนธรรมเกาหลีที่เข้ามามีบทบาทมากในหมู่วัยรุ่น เนื่องมาจากละครของประเทศเกาหลีที่นำมาเผยแพร่ผ่านทางรายการโทรทัศน์ของไทย ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากทั้งทางด้านการแต่งกาย อาหาร วัฒนธรรมท้องถิ่น ประกอบกับสถานที่ถ่ายทำละครนั้นมีความสวยงาม ชวนให้ไปท่องเที่ยวในสถานที่นั้นๆ ยิ่งทำให้กระแสวัฒนธรรมเกาหลีทวีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการโฆษณาเพลงของนักร้อง และดาราเกาหลี ที่มีการแต่งกายที่แหวกแนว มีการ เจาะรูตามร่างกาย กระโปรงสั้น เสื้อผ้าสีสันฉูดฉาดลายตา แม้แต่กระทั่งทรงผมก็มีความแปลกใหม่และแปลกตาเป็นอย่างมาก อินเทอร์เน็ตก็เป็นสื่ออีกแขนงหนึ่งที่มีข้อมูลข่าวสารด้านแฟชั่นต่างๆของเกาหลี ที่จะมีการรายงานข้อมูลต่างๆอยู่เสมอๆ ทำให้วัยรุ่นไทยเกิดการลอกเลียนแบบ อยากที่จะแต่งตัวตามดาราหรือนักแสดงเกาหลีคนนั้น คนนี้บ้าง จึงมีการแต่งกายที่เปิดเผยให้เห็นส่วนของเนื้อหนังมากขึ้น ทั้งรัดรูป เกาะอก สายเดี่ยว กางเกงขาสั้น เป็นต้น นี่เป็นเพียงตัวอย่างจากวัฒนธรรมการแต่งกายเพียงแค่ชาติเดียวเท่านั้น แท้จริงแล้วพบว่าวัยรุ่นไทยได้ซึมซับวัฒนธรรมการแต่งกายมาจากหลากหลายประเทศ จึงทำให้ปัจจุบันประเทศไทยมีแฟชั่นการแต่งกายใหม่ๆ ออกมาเสมอ

 

แนววินเทจที่เราสามารถเห็นในนิตยสารแฟชั่น หรือแคมเปญสินค้า

ปัจจุบันนี้เสื้อผ้าแนวย้อนยุคมักจะโผล่ขึ้นมาให้เราเห็นอยู่บ่อยๆตามโฆษณา ในแวดวงบันเทิง หรือแม้แต่คนที่อยากจะลองเปลี่ยนแนวการแต่งตัวให้ดูแหวกแนว และไม่เหมือนใคร ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีการแต่งตัวสไตล์นี้ทั้งในนิตยสารแฟชั่น หรือว่าในแคมเปญสินค้าต่างๆก็ยังมีออกมาให้เห็นอย่างต่อเนื่อง สำหรับสาวคนไหนที่อยากแต่งตัวสไตล์วินเทจไม่จำเป็นต้องไปหาเสื้อผ้าเก่ามือสอง หรือของเก่าเก็บของรุ่นพ่อแม่ ปู่ ย่า ตา ยาย มาให้วุ่นวาย เพราะเดี๋ยวนี้เสื้อผ้าแนวนี้มีให้เลือกซื้อมากมาย ประมาณว่า ดีไซน์เป็นแบบย้อนยุค แต่ว่าได้ใส่ของใหม่ ไม่มีกลิ่นอับของตู้ เสื้อผ้า แล้วก็ไม่มีรอยแมลงสาบกัดแทะด้วย

ทั่วโลกให้ความสนใจในสินค้าวินเทจเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้และรวม ไปถึงแนวคิดในการออกแบบผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่นำเอาเรื่องราวของยุคสมัยที่ผ่านมาแล้วเป็นแนวคิดหลักในการสร้างสรรค์ผลงาน โดยเสน่ห์ของ Vintage Fashion คือแบบที่แต่งแล้วไม่ซ้ำใคร ลองแนว Old & New มาผสมกันมันล้ำกว่ากันเป็นไหนๆ เป็นความเรียบง่ายที่ดูทีไรก็ไม่เบื่อซักที แถมแฟชั่นนี้ยังตอบรับกระแสอนุรักษ์ทรัพยากรโลกด้วย นอกจากนี้เรายังสามารถส่วมใส่ได้หลายโอกาส ไม่ว่าจะเป็นในวันธรรมดา หรือวันที่เราต้องออกงานในโอกาสพิเศษ และสไตล์วินเทจไม่ได้จำกัดอยู่ที่สีสันจัดจ้าน หรือว่าสีอึมครึม ดูหม่นหมอง แต่มันขึ้นอยู่กับว่าเราอยากให้ตัวเองเป็นยังไงมากกว่า ถ้าดูมืดมน เรียบร้อยจนดูซีดเกินไป คนก็จะมองว่าเราแต่งตัวป้าก็เท่านั้น แต่ถ้าอยากได้แบบสดใสก็ต้องเลือกเสื้อผ้าที่มีสีสันสดใสซักหน่อย

การแต่งตัวสไตล์วินเทจจะมีลักษณะแบบเน้นลายดอกเป็นส่วนใหญ่ จะออกแนวหวานๆ ดูแอบแฝงความน่ารักไว่ข้างใน สไตล์การแต่งตัวแบบวินเทจสามารถแต่งได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ซึ่งในสังคมไทยปัจจุบันวัยรุ่นส่วนใหญ่ที่ชอบแนวการแต่งตัวแบบวินเทจจะเป็นบุคคลที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง การแต่งตัวแบบวินเทจนั้นจะมีเครื่องแต่งกายหลานแบบหลายอย่าง เช่น หมวก ร้องเท้า กระเป๋า เสื้อ และกระโปรงเป็นต้น นอกจากจะมีการแต่งตัวแล้วยังมีการนำสไตล์วินเทจไปทำเป็นลักษณะในการตกแต่งบ้าน ผ้าม่าน พรมเช็ดเท้า ลายห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว จนถึงลายพื้นกระเบื้อง ส่วนเรื่องราคาก็อยู่ที่ลายผ้า เนื้อผ้าว่ามีคุณภาพแค่ไหน

 

แพทเทิร์นลายทางสุดเก๋ที่ได้รับความนิยมในวงการแฟชั่น

เทรนด์ฮิตตลอดกาลอย่าง แฟชั่นลายขวาง กำลังวนกลับมาฮิตในซี่ซั่นนี้อีกครั้ง การเลือกใส่เสื้อผ้าลายทางให้ออกมาดูดี น่ารัก สดใส ไม่ว่าคุณจะหุ่นแบบไหนก็ไม่ควรพลาด ทั้งแบบสีสันสดใสหรือแบบเรียบหรูด้วยลายขวางสีขาวตัดกับสีดำ ซึ่งหากกลัวว่าเลือกใส่ลายขวางแล้วจะดูอ้วนตันมากกว่าเดิม ให้คุณเลือกใส่เป็นเสื้อผ้าชิ้นใดชิ้นหนึ่ง อาจเป็นสีพื้นเข้มอย่าง ดำ น้ำเงิน น้ำตาล เป็นต้น แต่หากเป็นชุดเดรสหรือกระโปรงสั้นให้เลือกลายขวางที่ค่อนข้างเล็กหรือถี่สักนิดหรืออาจนำเสื้อแจ็คเก็ตหรือเบลเซอร์มาใส่คลุม เพื่อไม่ให้รูปร่างดูใหญ่ตันมากเกินไป

เทรนด์การแต่งตัวอย่างแพทเพิร์นลายทาง (Stripe) มีจุดเริ่มต้นที่ประเทศฝรั่งเศส โดยในยุคแรกเริ่มลายทางถูกนำมาใช้เป็นชุดเครื่องแบบของเหล่ากะลาสีเรือ ซึ่งออกแบบเป็นลายขวางสลับขาว-น้ำเงิน ทั้งหมด 21 เส้น เหตุที่ต้องมี 21 เส้นเป๊ะๆนี้ เพราะ เป็นการสื่อถึงชัยชนะของนโปเลียน ซึ่งมีความเชื่อว่า ถ้ากะลาสีเรือ ส่ลายทางสลับขาว-น้ำเงิน ทั้งหมด 21 เส้นแล้วนี้ จะได้รับชัยชนะเช่นเดียวกัน ต่อมาลายสุดเก๋นี้ได้เข้าสู่วงการแฟชั่นอย่างเต็มตัว สาวๆหลายคนเป็นกังวลกับเสื้อผ้าลายขวางเป็นพิเศษ เพราะหลักเบสิกในการใส่เสื้อผ้าก็บอกอยู่ว่าจะทำให้คนตัวใหญ่ แลดูตัวใหญ่กว่าเดิม ซึ่งผ้าลายทางเป็นเทรนด์สุดฮิตที่ไม่เคยห่างหายจากวงการเลยแม้แต่น้อย เพราะไม่ว่าจะเป็นเสื้อลายทางแนวตั้ง หรือแนวขวาง ก็ล้วนมีเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์ ในแบบของมันเอง โดยไม่ต้องง้อเครื่องประดับใดๆให้มากมาย

เคล็ดลับการใส่เสื้อผ้าลายขวาง

1.สาวช่วงตัวใหญ่ไม่ค่อยมีเอว ควรใส่ชุดลายขวางที่มีเส้นตัดระหว่างช่วงอกและเอว จะช่วยอำพรางให้ลำตัวมีส่วนเว้าส่วนโค้งมากขึ้น
2.สาวหุ่นลูกแพร์ มีช่วงล่างใหญ่ ขอแนะนำให้สวมใส่เสื้อลายขวางไว้ท่อนบน แต่ท่อนล่างให้สวมใส่เป็นสีพื้นเข้ม
3.สาวร่างอวบที่มีรูปร่างสมส่วน คุณสามารถสวมใส่เสื้อผ้าลายขวางได้อย่างสบายๆ แต่คุณต้องหาเข็มขัดเส้นใหญ่คาดเอวซักเส้น จะช่วยให้คุณดูเพรียวขึ้นมาก
4. สาวต้นขาใหญ่ ทางออกที่ง่ายที่สุด คือการใส่กระโปรงยาวหรือแม็กซี่เดรสจะช่วยปิดบังช่วงขา หรือจะเปลี่ยนจากลายขวางเป็นลายซิกแซก ลายทะแยงก็สามารถอินเทรนด์ได้
5. สาวหน้าอกใหญ่ ไม่ควรใส่ลายขวางบริเวญหน้าอก ลองใส่เดรสลายขวางด้านในและสวมทับด้วยเสื้อสีเข้ม จะเป็นผ้าซีทรูหรือผ้ายืดก็จะช่วยอำพรางหน้าอกได้
6. สาวร่างเล็ก ที่อยากมีเนื้อหนังขึ้นกว่าเดิม ควรเลือกใส่ลายขวางที่มีระยะห่างถี่ๆก็จะช่วยให้คุณไม่ดูตัวเล็กจนเกินไป

 

งัดกลยุทธดิจิตอลเขย่าตลาดแฟชั่นในจีน

กลุยุทธ์ทางการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าหลากวัยที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน คือ พิศมัยความไฮเทคนั่นเอง

การเจาะลึกถึงเทรนด์พฤติกรรมการช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมหรูของชาวจีน และวิเคราะห์ถึงการใช้หลากเครื่องมือสื่อสารไฮเทคเพื่อเข้าถึงลูกค้าจีนได้ถูกที่ และทันเวลา

เหตุผลที่สินค้าหลากชนิดหลายแบรนด์ล้วนมีของเก๊ขายเกลื่อนตลาด นั่นก็เพราะพฤติกรรมการช้อปแบบเบสิกของคนจีนส่วนใหญ่คือ อ่อนไหวเรื่องราคา หรือพูดง่ายๆ ว่าเอาถูกไว้ก่อน ซึ่งก็ไม่เว้นแม่แต่สินค้าแบรนด์เนม ที่เมื่อจะซื้อของแท้ แต่ก็ต้องเป็นของแท้ที่ถูกที่สุดไว้ก่อน

จุดนี้จึงทำให้มีเว็บขายของฝากหิ้วหนีภาษีเกลื่อนโลกไซเบอร์จีน รวมไปถึงทำให้เทรนด์ของการเดินทางท่องเที่ยวเปลี่ยนไปด้วย นั่นคือ การเลือกไปเที่ยวในเมืองที่ช้อปปิ้งแบรนด์เนมราคาถูกได้ ข้อมูลจากหูรุ่น พบว่าสถานที่ที่ คนจีนนิยมไปเที่ยวเพื่อช้อปของหรูมากที่สุดประจำปี 2014 นั่นก็คือ “ซานย่า” ใต้สุดของเกาะไหหลำ ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นฮาวายของจีน มีร้านเอ้าท์เล็ทขนาดใหญ่ขายแบรนด์เนมโดยเฉพาะ หรือหากได้โกอินเตอร์ก็จะเลือกไปช้อปปิ้งที่ออสเตรเลีย

นอกจากนี้แล้วสภาพภูมิประเทศที่มีขนาดใหญ่ ความเจริญอาจจะไม่ได้เข้าถึงทั่วไป แต่คนมีเงินถุงเงินถังกลับมีกระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศ ทำให้แบรนด์ดังไม่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าโดยการเปิดร้านทุกหัวมุมเมืองได้ อย่างมากในเวลานี้ทุกแบรนด์หรูก็เฮกันไปเปิดร้านในเมืองหลวงลำดับที่หนึ่งก่อน เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เทียนจิน นานกิง เสิ่นเจิ้น ฯลฯ ก่อน โดยเมืองที่ฮิตที่สุดและล้ำสุดทางแฟชั่นก็หนีไม่พ้น “เซี่ยงไฮ้”

ด้วย 2 เหตุผลที่กล่าวมานี้ ทำให้คนจีนส่วนใหญ่เลือกใช้เว็บอี-คอมเมิร์ซในการซื้อของแท้แบรนด์เนมเป็นหลัก เพราะมีระบบเรตติ้งที่น่าเชื่อถือ การจ่ายเงิน และขนส่งที่สะดวก ซึ่งสำคัญมากกว่า การเข้าไปช้อปในช็อปติดแอร์ พรหมหนา และมีบริกรคอยตามทุกสเต็ปเป็นไหนๆ

และสื่อที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ แอปฯ แชต! คนจีนใช้ WeChat แทน Line (เพราะ WeChat เหมือนจะเป็นแอปฯ แชตสายพันธุ์จีนแท้แอปฯ เดียวที่ไม่โดยบล็อกจากรัฐบาลจีน แต่ก็ต้องแลกกับการสุ่มสแกนและเซ็นเซอร์เนื้อหาแบบไม่รู้ตัว)

 

ทุกวันนี้สื่อโทรทัศน์ต่างๆให้การตอบรับที่พัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย

ทุกวันนี้ หลายคนอาจมองอุตสาหกรรม “แฟชั่น” ว่าไม่ใช่เรื่องของความต้องการพื้นฐาน (หรือปัจจัยสี่) โดยตรงที เดียวนัก แต่มันก็เป็นธุรกิจที่มีมูลค่ามหาศาล ประมาณได้ว่าเงินที่ถูกใช้ไปเพื่อเสื้อผ้า-รองเท้าทั่วโลกตกอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี Mintel บริษัทวิจัยระดับโลกประมาณการว่าในปี 2008 ตลาดสินค้าระดับหรูของโลก จะมีมูลค่าประมาณ 1 แสนล้าน ดอลลาร์ ทั้งนี้สินค้าประเภทแฟชั่นและเครื่องหนังจะครองส่วนแบ่งทางการตลาดสูงสุด อยู่ที่ประมาณ 42% ของยอดขาย ขณะที่น้ำหอมและเครื่องสำอาง ซึ่งมักจะขายโดยอาศัยชื่อแฟชั่นดีไซเนอร์ จะครองส่วนแบ่งตลาดประมาณ 37% นาฬิกาและเครื่องประดับจะครองส่วนแบ่งที่เหลือ อุตสาหกรรมขนาดใหญ่มหาศาลนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยเทคนิคทางการตลาดและการสร้างแบรนด์ที่ซับซ้อน จึงนับเป็น เรื่องคุ้มค่ากับการเข้าไปตรวจสอบดูว่าอุตสาหกรรมนี้มันมีกลไกขับเคลื่อนอย่างไร หลายคนมองว่า เสื้อผ้าและเครื่องประดับคือภาพสะท้อนตัวตนของผู้คนในสังคม “เรารู้สึกกับตัวเราอย่างไร” “ปรารถนาให้คนอื่นมีพฤติกรรมต่อเราอย่างไร” แฟชั่นสามารถสื่อสารความต้องการนั้นออกมาได้

ลักษณะแฟชั่นในประเทศไทยนั้นโดยส่วนใหญ่ประชากรนั้นได้รับอิทธิพลมาจากประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเสียส่วนใหญ่ เช่น วัฒนธรรมแฟชั่นจากประเทศ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เนื่องด้วยหลากหลายเหตุผลเช่น ความคลั่งไคล้ศิลปิน ราคาสินค้าจากประเทศจีนที่มีราคา ต่ำกว่าสินค้าแฟชั่นในประเทศไทย กระแสวัฒธรรมทางเทคโนโลยี เป็นต้น วัฒนธรรมแฟชั่นในประเทศไทยนั้นไม่ค่อยได้รับการพัฒนามากนัก เนื่องจากปัญหาแรงงานที่ขาดแคลน เนื่องจากมีราคาขั้นต่ำที่สูงเกินกว่าอุตสาหกรรมจะแข่งกับสินค้าแฟชั่นที่ทะลักมาจากประเทศจีนได้ เมื่อมีสินค้าที่วัฒนธรรมจีนหรือญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้เข้ามาเป็นส่วนใหญ่ ทำให้แฟชั่น

อุตสาหกรรมแฟชั่นนั้นเป็นสิ่งที่เริ่มขึ้นในแฟชั่นเสื้อผ้ายุคใหม่ โดยช่วงก่อนปี พ.ศ. 2500 การตัดเย็บเสื้อผ้าแฟชั่นส่วนใหญ่ยังเป็นการสั่งตัดโดยแต่ละบุคคล ตัดเย็บโดยช่างตัดเสื้อ แต่หลังจากนั้นเมื่อเริ่มมีเครื่องจักรเข้ามาเกี่ยวข้องในการตัดเย็บ หรือ จักรเย็บผ้า และมีโลกเข้าสู่ระบบทุนนิยม มีห้างสรรพสินค้า มีการ ผลิตเสื้อผ้าออกมาในรูปแบบจำนวนมาก ขนาดเดียวกัน ราคาเดียวกัน ทำให้อุตสาหกรรมแฟชั่นเริ่มต้นอย่างแท้จริง อีกทั้งอุตสาหกรรมแฟชั่นยังได้รับอิทธิพลจาก การสื่อสารที่มีการพัฒนาขึ้นพร้อมๆกัน ไม่ว่าจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ หรือสื่อวิทยุ โทรทัศน์ จนถึงยุคปัจจุบันซึ่งเป็นยุคของอินเทอร์เน็ต อย่างไรก็ตามในยุคเริ่มแรกของ อุตสาหกรรมแฟชั่นนั้นเริ่มที่ฝั่งยุโรป ต่อมาที่ฝั่งอเมริกา จนมาถึงยุคปัจจุบันอุตสาหกรรมแฟชั่นนั้นเป็นออกแบบในประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่การผลิตและจำหน่าย นั้นทำในอีกประเทศหนึ่ง เช่น แฟชั่นที่ผลิตโดยบริษัทแฟชั่นในสหรัฐอเมริกาออกแบบในประเทศ แต่ผลิตในจีนหรือเวียดนามหรือ ศรีลังกาแล้วนำกลับมาในประเทศและกระจายขายสินค้าทั่วโลกอีกครั้ง