หน้าที่เบื้องหลังของวงการธุรกิจแฟชั่นที่หลายๆใฝ่ฝัน

อาชีพสายธุรกิจแฟชั่น หรือที่ใครๆเรียกว่า การได้อยู่ในวงการแฟชั่นอาจเป็นอาชีพ ในฝันที่อยู่ในใจของสาวๆหลายคน ภาพการทำงานเบื้องหลังนางแบบ และเสื้อผ้าเครื่องประดับที่สวยงามดูจะทำให้ทุกวันทำงานคือความสุข แต่ผู้คนส่วนมาก เมื่อพูดถึงอาชีพด้านสายงานแฟชั่น อันดับแรกที่คงเป็น Designer และไสตล์ลิส นึกถึงเหล่าผู้ช่วย Designer อีกทีก็เป็น staff หลังเวทีแฟชั่นไปเลย การที่คิดจะไปทำบัญชีให้แบรนด์ก็ไม่ขอเรียกว่างานแฟชั่นละกัน น้อยคนนักที่จะรู้หรือนึกไป่ถึงว่า เบื้องหลังความสวยงามที่แสดงให้เห็น ยังมีทีมงานหลากหลายหน้าที่ ที่ต้องร่วมกันเพื่อให้สินค้าแฟชั่นออกสู่ออกสายผู้บริโภค

งานสายแฟชั่น หน้าที่ที่ต้องใช้ทั้งทักษะและความรักเข้าแลก ไล่เรียงจากหน้าร้านเข้าไป ภาพแรกที่เห็นและอยากจะแนะนำหน้าที่ให้ได้รู้จักกันคือตำแหน่ง Visual Merchandiser : Visual Merchandiser รับหน้าที่จัดองค์ประกอบ การจัดวาง รวมถึงตู้โชว์หน้าร้าน ทุกอย่างต้องผ่านกระบวนการจัดการ เพื่อให้สอดคล้องกันในทุกๆส่วน ไม่ใช่เพียงความสวยงามเท่านั้น แต่รวมไปถึงเรื่องของ อารมณ์ การชักจูงให้ผู้ซื้อรู้สึก ไม่ว่าจะเป็น ภาพที่เห็น สีสัน การจัดวาง เสียงเพลงที่เปิดในร้าน แม้กระทั่ง กลิ่นที่จะใช้ในร้านด้วย ทุกๆสิ่งจะถูกวางแผนเพื่อให้การจัดวางหรือการใช้พื้นที่ในร้าน เกิดประโยชน์สูงสุด และแน่นอนว่าต้องสร้างรายได้สูงสุดอีกด้วย ดังนั้นการเลือกสินค้าแต่ละประเภทแต่ละชนิดมาจัดวางที่หน้าร้าน อาจต้องมีเรื่องของ Stock เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ของชิ้นไหนที่ยังคงอยู่ในคลังมาก ขายออกช้า ลองจัดให้สินค้าชิ้นนั้นอยู่ในตำแหน่งที่คนจะตัดสินใจซื้อมากกว่านี้ดีไหม เป็นต้น และที่สำคัญต้องทำงานร่วมกับ Fashion Marketing ในการเลือกรูปแบบ กำหนดหน้าร้านเพื่อสร้างรายได้ให้ตรงกับแผนที่ Fashion Marketer ได้วางเอาไว้

พูดถึง Fashion Marketer แล้ว ก็ขอไปต่อที่ตำแหน่ง Fashion Marketing นี่แหละ ตำแหน่งนี้ทำอะไรกันบ้าง และต่างจาก ตำแหน่ง Marketing ของสินค้าประเภทอื่นๆอย่างไร อันดับแรก หากต้องการเข้าไปทำงานในวงการธุรกิจแฟชั่นนี้แล้วต้องทำความเข้าใจตัวสินค้า แฟชั่นให้ดีเสียก่อน หนึ่งเลยคือ สินค้าแฟชั่นไม่ใช่ของจำเป็นที่จำเป็นจะต้องซื้อ เหล่านี้เป็นของสวยงามไม่เหมือนข้าวปลา ยารักษาโลก และอีกอย่างที่น่ากลัวคือ อัตราการเปลี่ยนแปลงของสินค้าประเภทนี้สูงมาก เราจะมีกลวิธีในการนำเสนอสินค้าใหม่ๆออกมากระตุ้นความต้องการให้ลูกค้าตลอด โดยที่ต้องมีระบบแผนการตลาดที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในขณะนั้น หรือให้สินค้าขายออกได้มากที่สุด และทำอย่างไรให้คนตัดสินใจจ่ายเงินเพื่อสิ่งของฟุ่มเฟือยเหล่านี้ นี่คงเป็นคำถามที่แสดงให้เห็นความต่างระหว่างสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปกับ สินค้าแฟชั่น และอธิบายหน้าที่ของ Fashion Marketer ได้ชัดเจน