สื่อวิทยุ โทรทัศน์ทำให้เกิดค่านิยมในวงการแฟชั่น

ยุคนางแบบผิวขาวครองเวทีเดินแบบอาจยังไม่หมดไปง่ายๆ แม้จะมีเหล่านางแบบและดีไซเนอร์ออกมาสร้างความเท่าเทียมให้กับนางแบบเชื้อสายอื่นๆ เช่นเดียวกับในประเทศไทยที่สื่อต่างๆยังคงส่งเสริมค่านิยมผิวขาวให้เป็นความงามในอุดมคติ ก็ทำให้มีนางแบบผิวเข้มบางคน ที่เคยเจออุปสรรคในการทำงาน

ท่วงท่ามั่นใจ ใบหน้าคมเข้ม โหนกแก้มโดดเด่น และรูปร่างสูงระหงถึง 180 เซนติเมตร ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่ อาย ศรุชา นิลจันทร์ สามารถเอาชนะใจกรรมการครองตำแหน่ง Elite Model Look Thailand จัดโดยโมเดลลิ่ง เอเจนซี่อันดับหนึ่งของโลกเมื่อปีที่แล้ว ข้อได้เปรียบจากการทำงานตั้งแต่อายุยังน้อย จนสะสมชั่วโมงบินบนเวทีเดินแบบถึง 8 ปีเต็ม หากนางแบบวัย 22 ปีเคยเจออุปสรรคจากผิวสีน้ำผึ้งที่เธอภูมิใจ โดยเฉพาะการเดินแบบในประเทศที่ดีไซเนอร์มักเลือกใช้นางแบบผิวขาวและผิวเหลือง รวมถึงประเทศอื่นๆในเอเชียที่พบว่าสัดส่วนของนางแบบที่ได้รับการว่าจ้างมักเป็นนางแบบจากโซนยุโรป

แม้จะผันตัวจากงานภาพยนตร์ไปรับงานนางแบบอยู่ที่ต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ หากผิวสีเข้มของนักแสดงสาว มะหมี่ นภคปภา นาคประสิทธิ์ ทำให้ผลงานภาพถ่ายหลายครั้งต้องผ่านการปรับแสง เพื่อให้ผิวดูขาวกว่าผิวจริง เป็นอีกตัวอย่างสะท้อนค่านิยมความขาว ที่ยังปรากฏในวงการแฟชั่นในประเทศไทย รวมถึงประเทศอื่นๆในเอเชีย

ความขาวที่กลายเป็นความงามในอุดมคติของคนส่วนใหญ่ เห็นได้ชัดผ่านสื่อบันเทิงต่างๆของประเทศไทย ที่ส่งเสริมค่านิยมผิวขาวจนบางครั้งดูไม่เหมาะสม เช่นคำโฆษณาของผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผิวให้ขาวกระจ่าง // สื่อโฆษณาเครื่องดื่มความงามที่อ้างว่าสามารถเปลี่ยนคนผิวสีให้กลายเป็นผิวขาวได้ รวมทั้งประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ล่าสุด ถึงกรณีที่ใบหน้าของนางแบบระดับโลกบนหน้าปกนิตยสารแฟชั่นหัวนอกของไทยมีสีผิวดูขาวขึ้นกว่าตัวจริง ที่ทำให้สื่อของต่างประเทศตั้งคำถามเกี่ยวกับค่านิยมของคนไทยที่ชื่นชมเพียงคนผิวขาวเท่านั้น

แม้มีสัญญาณที่น่าพอใจจากแวดวงแฟชั่น ที่นางแบบและดีไซเนอร์ชื่อดัง ออกมาแสดงความคิดเห็นเรื่องความหลากหลายของนางแบบ และเรียกร้องความเท่าเทียมให้กับนางแบบเชื้อสายอื่นๆนอกจากนางแบบผิวขาว หากการรณรงค์เรื่องค่านิยมทางสีผิวอาจต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนทัศนคตินี้ ทั้งในประเทศไทยและวงการแฟชั่นโลก เมื่อพบว่าในงานนิวยอร์ค แฟชั่น วีค ที่ผ่านมา มีนางแบบผิวขาวมากที่สุดถึงร้อยละ 80 ขณะที่ นางแบบผิวสีและนางแบบจากเอเชียมีเพียงร้อยละ 8 ซ้ำรอยเดิมจากปีที่แล้วที่มีนางแบบผิวสีร่วมเดินแบบเพียงร้อยละ 6 และนางแบบจากเอเชียเพียงร้อยละ 9 เท่านั้น